คนถูกโรงพยาบาลปฏิเสธการตรวจมาแล้ว

แค่อยากตรวจหาเชื้อโควิด-19  หากไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็ตรวจไม่ได้นะจ๊ะ เพราะมีคนถูกโรงพยาบาลปฏิเสธการตรวจมาแล้ว

                    มีเรื่องเล่าจากชายคนหนึ่งที่ออกมาตัดพ้อการทำงานของโรงพยาบาล เกี่ยวกับการตรวจค้นหาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งชายคนดังกล่าวบอกว่า เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยสบาย มีอาการคั่นเนื้อคั่นตัว และมีไข้ มีไอและจามและที่สำคัญหน้าที่การงานที่เขาทำอยู่ในปัจจุบันเขาต้องทำงานใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศแต่เขาก็รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมากกลัวว่าอาการป่วยที่เขากำลังเป็นอยู่จะเป็นอาการของคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด -19 เขาจึงได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อให้ทำการตรวจหาเชื้อไวรัส

แต่เขากลับพบปัญหาว่าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและหมอกลับไม่ยอมที่จะตรวจหาเชื้อให้กับเขา พวกหมอและพยาบาลเพียงแนะนำให้เขากลับไปกักตัวเองอยู่ที่บ้านก่อน  14 วัน ซึ่งเขาได้มีการระบายปัญหานี้ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า เขาอยากตรวจให้ทราบผลอย่างชัดเจน เพื่อที่ติดเขาจะได้รักษาโดยเร็ว และจะได้เตือนให้คนใกล้ชิดระวัง

แต่ถ้าไม่ได้เป็นการติดเชื้อไวรัสเขาจะได้โล่งใจไม่ต้องมากังวลอยู่แบบนี้ ซึ่งตัวเขาเองยินดีจะจ่ายเงินซื้อแพ็คเกจสำหรับการตรวจหาเชื้อแบบใหญ่สุด เพราะเขาต้องการอยากรู้จริงจริง แต่เขาเสียเวลาขับรถทางไกลไปติดต่อโรงพยาบาลถึง 3 แห่งแต่ก็ไม่มีที่ไหนยอมตรวจหาเชื้อไวรัสให้กับเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลตามต่างจังหวัดหรือแม้แต่ในกรุงเทพก็ตาม ซึ่งเมื่อข้อความของชายคนดังกล่าวได้ถูกแชร์ต่อออกมาหลายคนก็พากันสงสัยว่าหากประชาชนไม่ได้ไปอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมาจากต่างประเทศ แต่มีอาการใกล้เคียงสงสัยแล้วอยากตรวจไม่สามารถทำได้หรือไร หากยินดีที่จะจ่ายเงินค่าตรวจเองก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร 

             ที่จริงแล้วหากประชาชนยินดีที่จะเดินทางไปตรวจวัดหาโรคไวรัสโควิด -19 ทางโรงพยาบาลก็ไม่น่าที่จะปฏิเสธ เพราะอย่างน้อยประชาชนจะได้สบายใจว่าอาการป่วยของตัวเองไม่ใช่การติดเชื้อไวรัส  ซึ่งในความคิดของหลายคนแล้วการที่ประชาชนเดินทางไปตรวจคัดกรองโรคเองน่าจะดี เพราะเราจะสามารถรู้ได้ว่าใครติดไวรัสหรือไม่ติดไวรัสจะได้ป้องกันและรักษาได้อย่างรวดเร็วดีกว่ามีอาการเยอะแล้วค่อยมาตรวจอาการให้แล้วค่อยบอกว่าติดเชื้อไวรัส เพราะมันอาจจะรักษาได้ไม่ทันการได้  ถึงตอนนั้นผู้ป่วยคนนั้นอาจจะสู้กับเชื้อโรคไม่ไหวและเสียชีวิตลงได้ การป้องกันการแพร่เชื้อที่ดีที่สุดคือให้ประชาชนได้รับรู้สถานการณ์ป่วยของตัวเองจะได้ไม่เผลอไปแพร่เชื้อให้กับคนอื่นโดยที่ไม่รู้ตัว

ลักษณะของกระดานโต้คลื่น

SBOBET

ลักษณะทั่วไปของกระดานโต้คลื่น

กระดานโต้คลื่นเป็นอุปกรณ์ ชนิดหนึ่งที่ใช้ในกีฬาโต้คลื่น ซึ่งในปัจจุบันจัดเป็นกีฬาทางน้ำที่ได้รับความนิยมกันพอสมควร เพราะเป็นกีฬาที่ให้ทั้งความตื่นเต้นและท้าทายความสามารถสำหรับนักกีฬาเป็นอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่เล่นเราจะต้องโต้ไปกับคลื่นที่ในแต่ละครั้งรูปแบบที่มาก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและลมทะเลเป็นหลักสำหรับกระดานโต้คลื่นที่ใช้ในกีฬาประเภทนี้จะมีลักษณะทั่วไปดังนี้

1. กระดานโต้คลื่นจะทำมาจากวัสดุหลายชนิด เช่น ไม้ อีพอคซี และโฟมหุ้มด้วยไฟเบอร์กลาส เป็นต้น

2. ชนิดของกระดานโต้คลื่นถ้าแยกตามขนาดจะมีดังนี้

– กระดานโต้คลื่นแบบ บอร์ดสั้น หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Short board จะเป็นกระดานโต้คลื่นที่มีขนาดสั้นสุดหรือมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 5-7 ฟุต โดยจะมีลักษณะปลายแหลม ซึ่งจะทำให้เกิดความคล่องตัวในระหว่างการเล่น แต่กระดานโต้คลื่นในลักษณะนี้จะควบคุมการทรงตัวได้อยากกว่าประเภทอื่น แต่จะเป็นชนิดที่นิยมใช้ในการแข่งขัน

– กระดานโต้คลื่นแบบ บอร์ดยาว หรือที่มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Long board จะเป็นกระดานโต้คลื่นที่มีความยาวอยู่ที่ 9 ฟุต ขึ้นไป จะเป็นกระดานโต้คลื่นที่มีความยาวมากที่สุด มีลักษณะปลายมน การแข่งขันจะไม่พาดโพนมากนัก แต่จะเป็นการโชว์ลวดลายในระหว่างการเล่น

– กระดานโต้คลื่นแบบ ฟันบอร์ด หรือที่มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Fun board เป็กระดานโต้คลื่นที่มีความยาวอยู่ระหว่าง 7-8 และ 11 ฟุต มีปลายมน เป็นกระดานโต้คลื่นที่ค่อนข้างเสถียรและคล่องตัว จะเป็นกระดานที่เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับผู้เริ่มเล่น เพราะจะเป็นกระดานที่ผู้เล่นสามารถยืนขึ้นเป็นบอร์ดได้ง่าย

ประเภทต่างๆ ของกระดานโต้คลื่น

กระดานโต้คลื่นถือเป็นอุปกรณ์ในการแข่งขันโต้คลื่น ซึ่งในปัจจุบันเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมจากหลายประเทศ รวมไปถึงในบ้านเราก็มีนักกีฬาเก่งๆ หลายคน และในแต่ละปีก็จะมีการจัดรายการการแข่งขันขึ้นกันมาโดยตลอด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็จะเป็นประเทศการแข่งขันตามประเภทของกระดานโต้คลื่นนั่นเองค่ะ ซึ่งเราจะสามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภท ซึ่งจะได้แก่

1. แบบบอร์ดสั้น หรือที่เรียกกันว่า short board ซึ่งจัดเป็นกระดานโต้คลื่นที่มีขนาดสั้นที่สุด เพราะจะมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 5-7 ฟุต และกระดานจะมีลักษณะปลายแหลม ทำให้การเคลื่อนไหวของนักกีฬาคล่องตัวและไปได้อย่างรวดเร็ว แต่จะเป็นกระดานที่ควบคุมยากที่สุด และยังเป็นประเภทที่มักจะนิยมนำมาจัดในรายการแข่งขันกันมากที่สุด

2. แบบบอร์ดยาว หรือที่เรียกว่า long board จัดเป็นประเภทของกระดานที่ยาวที่สุด โดยจะมีความยาวตั้งแต่ 9 ฟุตขึ้นไป มีลักษณะกระดานเป็นแบบปลายมน การออกตัวค่อนข้างเสถียรแต่จะไม่โลดโพนมาก เน้นการโชว์ลีลาความสวยงามในการแข่งขัน ผู้คนส่วนใหญ่จะนิยมชมการแข่งขันโต้คลื่นรายการ long board มากกว่าประเภทอื่น เพราะจะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับลีลาของนักกีฬาในระหว่างการแข่งขันนั่นเอง

3. แบบฟันบอร์ด หรือที่เรียกว่า fun board จะเป็นกระดานที่มีความยาวประมาณ 7-11 ฟุต มีลักษณะปลายมน เป็นกระดานที่เล่นได้ง่ายและมีความคล่องตัวกว่ากระดานบอร์ดประเภทอื่น ผู้เล่นที่พึ่งหัดเล่นจะนิยมกระดานประเภทนี้ หรือก็คือเป็นกระดานแรกสำหรับผู้เล่นมือใหม่ เพราะจะเป็นกระดานที่ช่วยให้ผู้เล่นยืน บนบอร์ดได้ง่ายที่สุด

อัพเดทความเคลื่อนไหวของประเทศในเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง

เวียดนาม : ซิลิคอน แวลลีย์ แห่งลุ่มน้ำโขง

                Flappy Bird เกมนกบินลอดท่อสุดฮิตเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีในเวียดนามที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเวียดนามมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่าร้อยละ 43  (ประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 28) และคาดว่าอีคอมเมิร์ซจะสร้างรายได้กว่า 1.4 แสนล้านบาทในปี 2558 จากเดิม 7.9 หมื่นล้านบาทในปี 2556 โดยมีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ผ่านโครงการต่างๆ อย่าง Vietnam Silicon Valley ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างนักธุรกิจกับนักลงทุน พร้อ มจัดโปรแกรมเร่งโต (Accelerator) ให้กับสตาร์ทอัพ ให้เงินสนับสนุนกับบริษัทที่ได้รับการคัดเลือก จนถึงจัดหาที่ปรึกษาทางธุรกิจร่วมพัฒนาและนำเสนอต่อนักลงทุน หรือโครงการ FIRST (Fostering Innovation through Research, Science and Technology) ที่มอบทุนกว่า 3,900 ล้านบาทในช่วงปี 2557-2562 เพื่อสนับสนุนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และพัฒนาธุรกิจด้านเทคโนโลยี เวียดนามจึงถือเป็นหนึ่งในประเทศสตาร์ทอัพที่น่าจับตามองที่สุดในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง

mynmar.jpg
© wsj.net / © npr.org

สัญญาณเชื่อมต่อจากพม่า

          การเข้ามาลงทุนของบริษัทเทเลนอร์ (Telenor) จากนอร์เวย์ และบริษัทอูริดู (Ooredoo) จากกาตาร์ ทำให้ระบบโทรคมนาคมของพม่าเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากเดิมในช่วงไม่เกิน 5 มาปีนี้ ซิมโทรศัพท์มือถือในระบบ 2G เคยมีราคาอยู่ในหลักหมื่นบาท แต่ในปัจจุบันซิม 3G ราคาเหลือเพียงประมาณ 40 บาท วัยรุ่นใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ และเข้าร้านอินเทอร์เน็ตน้อยลง บริการร้านโทรศัพท์เริ่มหายไปจากสังคม และผู้ใช้บริการหลักร้านอินเทอร์เน็ตก็เปลี่ยนจากผู้ใช้เฟซบุ๊กและอีเมลเป็นเกมเมอร์แทน แม้ว่าเริ่มต้นช้ากว่า แต่พม่าก็กำลังปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็ว ที่มาพร้อมด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยของจีดีพีที่ร้อยละ 8.5 ในปีที่ผ่านมา สัญญาญที่เชื่อมต่อพม่าทั้งภายในและภายนอกประเทศจึงมีกำลังส่งแรงและมีทีท่าว่าจะไม่สะดุดล้มลงง่ายๆ

CambodiaOnline.jpg
© voanews.com 

สตรีกัมพูชากับการค้าออนไลน์

         การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นในกัมพูชาส่งผลให้อีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว ร้านค้าออนไลน์อย่าง Shop168 มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องราวร้อยละ 10 ทุกๆ เดือน ในขณะที่ยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซออกมา สินค้าออนไลน์จึงมีภาษีเท่ากับสินค้าหน้าร้านทั่วไป ทางกระทรวงพาณิชย์เองก็มีความตื่นตัวกับอีคอมเมิร์ซด้วยการจัดโครงการบ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนไอเดียให้เป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซจริง ได้เข้าอบรมกับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของกัมพูชาในสาขาที่เกี่ยวข้องและเสนอธุรกิจกับนักลงทุน และอีกด้านหนึ่งก็มีการก่อตั้งศูนย์ผู้ประกอบการหญิงอย่าง Cambodia Women Entrepreneurs Association (CWEA) และศูนย์ Women’s Entrepreneurial Centers of Resources, Education, Access, and Training for Economic Empowerment (WECREATE) ของสหรัฐฯ ในกัมพูชา เพื่อสนับสนุนและยกระดับการแข่งขันของผู้ประกอบการสตรีในกัมพูชา โดยการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการหญิง พร้อมให้ความรู้และคำปรึกษาทั้งด้านธุรกิจและเทคโนโลยี รวมถึงบริการดูแลบุตรเพื่อให้ผู้เป็นแม่มีส่วนร่วมกับศูนย์ได้อย่างเต็มที่

Lao1.jpg
© worldbank.org 

อนาคตและความท้าทายของลาว

            ประเทศที่ไม่มีทางออกไปสู่ทะเลกำลังจะมีทางเชื่อมต่อจากความร่วมมือกับเวียดนามในโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงจากสะหวันนะเขตชายแดนลาวฝั่งไทยไปสู่ลาวบาวชายแดนลาวฝั่งเวียดนามซึ่งกำลังดำเนินการสร้างและจะขยายเส้นทางเชื่อมต่อไปยังดานัง เมืองท่าสำคัญของเวียดนามโดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561 เพื่อใช้ทั้งโดยสารและขนส่งสินค้า เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของลาวให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้ ในปีที่ผ่านมา ลาวมีอัตราการเติบโตของจีดีพีอยู่ที่ร้อยละ 7.5 โดยมีรายได้หลักจากภาคบริการและการท่องเที่ยว และการส่งออกพลังไฟฟ้าจากน้ำ แต่ความท้าทายของลาวคือการพัฒนาคุณภาพของแรงงาน อิทธิพลทางเศรษฐกิจจากประเทศที่เข้ามาลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานในชนบทอย่างไฟฟ้าซึ่งในปัจจุบันยังมีผู้เข้าถึงได้เพียงร้อยละ 75 เท่านั้น

NewSilkRoad.jpg
© dawn.com

เส้นทางสายไหมใหม่กับความทะเยอทะยานของจีน

   การเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศในอาเซียนด้วยรถไฟความเร็วสูงนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบาย One Belt, One Road ของจีนที่ต้องการจะเชื่อมตะวันออกกลาง ยุโรป แอฟริกา เอเชีย โอเชียเนีย เข้าด้วยกันเพื่อสร้างความร่วมมือด้านต่างๆ โดยหนึ่งในนั้นคือการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในกลุ่มประเทศเหล่านี้ การคมนาคมด้วยรถไฟความเร็วสูงก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เส้นทางนี้อาจจะไม่ได้เอื้อเพียงประโยชน์ทางเศรษฐกิจเท่านั้นแต่เป็นการขยายอิทธิพลของจีนเช่นกัน ในปี 2557 จีนเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในทั้งในธุรกิจเหมืองแร่ พลังงานไฟฟ้าจากน้ำ และเกษตรกรรม นอกจากนี้โครงการรถไฟความเร็วสูงที่ทำร่วมกับจีนยังทำให้ทางการลาวเป็นหนี้จีนกว่า 240,000 ล้านบาท อภิมหาโครงการของจีนในครั้งนี้จึงควรได้รับการจับตามองเป็นอย่างดี เพราะนอกจากโครงการนี้จะทำให้หลายประเทศอย่างลาว พม่า กัมพูชาและไทยจะต้องเป็นหนี้สาธารณะจากการกู้ยืมเงินเพื่อสร้างรถไฟแล้ว ประเทศอย่างลาวอาจมีโอกาสที่จะไม่สามารถชำระหนี้ได้ และเส้นทางสายไหมใหม่ส่วนที่มุ่งลงสู่อาเซียนนี้เป็นประโยชน์ต่อจีนที่จะเข้าถึงทรัพยากรทั้งทางธรรมชาติของประเทศที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจและทรัพยากรมนุษย์ที่จีนมีแนวโน้มจะย้ายฐานการผลิตลงสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังจากมีการเพิ่มค่าแรงในจีน คำถามสำคัญก็คือในอภิมหาโครงการที่ดูเหมือนจะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายนี้ เหล่าประเทศคู่สัญญาจะได้คุ้มเสียหรือไม่

การเสียชีวิตขณะออกกำลัง ควรต้องแยกออกเป็น

1. ในคนที่มีไม่ใช่นักกีฬา อาจมีปัญหาสุขภาพหรือไม่มี แล้วเสียชีวิตขณะออกกำลัง

2. กับคนที่เป็นนักกีฬา ออกกำลังสม่ำเสมอ แล้วเสียชีวิต

ในกรณีเเรก การออกกำลังไม่สม่ำเสมอหรือไม่เคยออก แล้วมาออก แล้วเสียชีวิต อายุมากหรือน้อย มาออกหนักๆ ภาวะหัวใจ หายใจมันรับไม่ไหว อาจมีหลายปัจจัยซึ่งทางคุณหมอ Kijakarnได้เขียนบอกว่ามันมีแฟคเตอร์อื่นๆ ต้องว่ากันยาวๆ แต่ในกรณีที่สอง นักกีฬา ออกกำลังสม่ำเสมอถึงไม่ใช่แข่ง แต่แข็งแรง เเต่ถ้าเกิดมีข่าวเสียชีวิตขณะแข่ง หรือขณะออกกำลัง …ทุกคนตะลึง…

ซึ่งคุณหมอได้กล่าวในกรณีที่ข้อนี้ไว้ว่า การเสียชีวิตกระทันหันในนักกีฬา ในอเมริกา มีข่าวดังๆเรื่อยๆ และมีการทำสถิติว่าประมาณเล็กน้อยคือ 1 ใน 200000 คนต่อปี

คุณหมอได้เเยกเป็น 2 กรณีในข้อ 2 นี้ คือ เกิดจากโรคเกี่ยวเนื่องกับหัวใจ และส่วนน้อยมากๆ เกิดจากสาเหตุอื่นๆ (ไม่ถึง 2%)

สาเหตุ มีผู้วิจัยเกี่ยวกับสาเหตุว่า ส่วนใหญ่ ในอายุ <35-40 ปี จะเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้

กล้ามเนื้อหัวใจหนา (HCM) 26%

การกระแทกหน้าอกโดยตรงทำให้หัวใจหยุดเต้น(เช่นโดนกระแทกโดยลูกฮ๊อกกี้) 20%

เส้นเลือดเลี้ยงหัวใจออกมาผิดตำแหน่ง ทำให้เสี่ยงต่อการขาดเลือด 14%

อื่นๆเช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากเชื้อไวรัส(อันนี้เคยเจอเอง) ลื้นหัวใจตีบ ผิดรูป ลิ่มเลือดอุดตัน หัวใจล้มเหลวจากDCM(dilated cardiomyopathy) heat stroke และอีก 2.5% เกิดจากเส้นเลือดหัวใจโคโรนารี่ตีบ

มี 2% ที่ตรวจหัวใจหลังตายแล้วปกติหมดเลย ไม่พบอะไร พวกนี้จะเป็นพวกที่เกิดจากมีการเต้นหัวใจผิดจังหวะ หรือคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ion channel disease , prolong QT ที่น่าสนใจคือ ในนักจักรยานชาวเบลเยี่ยม เคยมีการศึกษาวิจัยว่า ความตื่นเต้นในการแข่ง หลั่งสารพวกอดรีนาลีนมากเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซี้แหง (cathecolamine polymorphic tachycardia) และอื่นๆ เช่นพวกที่ติดยา เกิดเส้นเลือดหัวใจสปาสซั่ม โรคเกี่ยวกับการขัดข้องกระแสไฟฟ้าหัวใจ

แต่ถ้าอายุมากกว่า 35 หรือ 40 ปี (หรือวัยกลางคน) สาเหตุจากเส้นเลือดหัวใจโคโรนารี่ตีบมากขึ้นมาก…คุณหมอจะกล่าวต่อไปในอีกบทหนึ่งเลยเพราะเรื่องมันยาวมาก

“เอาละครับ เริ่มมันและลุ้นแล้วว่าใครจะได้เป็น 1 ในนั้น (ไม่อยากเป็นใช่ไหม) อะเดี๋ยวก่อน ผมจะแนะว่าเราไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเลยครับ เพราะในคนอายุน้อยกว่า 35 ดูจากสาเหตุแล้ว จะพบเลยว่า อันหลักๆ นั้นเกือบ 50% เราเลี่ยงได้ครับ หลักๆคือ พบหมอ และตรวจร่างกายก่อน และระหว่างออกกำลัง โดยเฉพาะผู้มีความเสี่ยง เช่นมีประวัติพวกเจ็บอก ใจเต้นผิดปกติ หรือวูบขณะ หรือหลังออกกำลัง หรือขณะปกติ ญาติพี่น้องเป็น หรืออายุมากกว่า 35 ปี จบ…… ง่ายงั้นเหรอ
ห้า

เดี๋ยวๆๆ ยังจบไม่ได้ครับ ต้องอธิบายให้ฟังในรายละเอียดปูพื้นสักนิดก่อน ว่ากว่าพวกเรา เหล่านักออกกำลัง กว่าจะฟิต หัวใจจะเป็นอย่างไรบ้าง
เจ้าโรค HCM นี่แหละครับยาขมเลย เพราะมันมีส่วนที่เป็น grey zone คือ เส้นบางๆที่กั้นระหว่างความฟิตสุดยอด กับโรคร้ายอันนี้
และโชคไม่ดีที่ กว่าพวกเราจะเข้าขั้น elite cycling นั้น หัวใจจะต้องมีการพัฒนามาในแนวทางแบบนี้เสียด้วย …แบบไหน ก็แบบที่แพทย์เรียกว่า หัวใจนักกีฬา หรือ athlete heart ไง (คนละอันกับน้ำใจนักกีฬานะครับบบบ)”

“Athlete Heart คืออะไร ก่อนจะเข้าใจควรต้องมีการปูพื้นนิดครับ คือหัวใจคนเรานั้นมันมีการปรับตัวได้ อันนี้รู้กัน คนยิ่งออกกำลังยิ่งออกได้ทน ได้นาน ได้มาก อันนั้นคือการปรับตัวแบบปกติ เมื่อมีการฝึก …ทีนี้การออกกำลังของคน มันมีสองแบบครับ (ซึ่งอาจจะปนกันมากบ้างน้อยบ้างในบางกีฬา)”

“แบบแรกคือ endurance training (aerobic , isotonic , dynamic ชื่อเรียกมัน) ก็คือการออกกำลังแบบเพิ่มความทนทาน แต่ไม่โหลดน้ำหนักมากไป เช่น วิ่งระยะไกล ว่ายน้ำ พวกนี้ กับอีกพวกคือ เน้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ strength training (static , isometric , anaerobic) เช่น ยกน้ำหนัก มวยปล้ำ ขว้างจักร และกีฬาที่ใช้ทั้งคู่ เช่น จักรยาน พายเรือ สกี เป็นต้น”

“การปรับตัวในระยะแรกของการออกกำลังแบบแอโรบิก คือ มีการเพิ่ม MVO2 (แหม หูผื่ง คือพวกเราอยากให้มันเยอะๆทุกคนจริงไหม) จำนวนเลือดต่อการปั๊มหัวใจ 1 ครั้ง(cardiac output=co) และมีการขยายตัวของเส้นเลือดส่วนปลาย ส่วนการปรับตัวในระยะแรกของการออกกำลังแบบ strength จะไม่ค่อยเพิ่ม MVO2 ครับ แต่จะมีการเพิ่ม co หัวใจเต้นเร็ว และมีการหดตัวของเส้นเลือดส่วนปลาย
การปรับตัวในระยะยาว นี่สิเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ..เราพบว่า ในคนที่ฝึก แอโรบิก จะมีการเพิ่ม MVO2 เพิ่ม co หัวใจห้องล่างซ้าย (ห้องนี้แหละสำคัญ)จะตอบสนองแบบ volume load คือขยายออก แต่กล้ามเนื้อไม่หนามาก …ในคนที่ฝึกแบบ strength จะกลับกันคือ MVO2 ไม่เพิ่มมาก แต่กล้ามเนื้อหัวใจหนา อาจโตขึ้นนิดหน่อย เป็นการตอบสนองแบบ pressure load”

“และขอแสดงความยินดีกับนักปั่น…ในชนิดการออกกำลังกายทั้งหมด จักรยาน การพายเรือแข่ง…ทำให้เพิ่มทั้ง volume load และ pressure โหลด มากกว่ากีฬาอื่นๆ ทำให้หัวใจของคนพวกนี้ ทั้งขยายตัวและทั้งหนา ในขณะเดียวกัน”

“ยิ่งออกมาก ยิ่งใหญ่ยิ่งหนา และเข้าใกล้โรค HCM มากขึ้นครับ โดยเฉพาะคนที่มีแต่ความหนาอย่างเดียว (เราวัดความหนาของห้องล่างซ้ายเกิน 13-15 mm) โดยปริมาตรของหัวใจห้องล่างซ้าย ไม่เกิน 55 mm พวกนี้แหละจะเป็น grey zone คือถ้าแพทย์ตรวจเจอเข้า …อาจแจ๊คพอตตรวจเพิ่มครับ เพราะการวินิจฉัย อาจต้องมีการวัด MVO2 ตรวจคลื่นหัวใจทั้งขณะพัก ออกกำลัง และการทำ เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็ก (MRI) เพื่อตรวจสอบให้แน่ (มันจะมีเกณฑ์แยกระหว่างปกติกะผิดปกติอยู่)”

“ทีนี้พอผมบอกว่า ยิ่งออกมากยิ่งหนาอย่างเดียวจะยิ่งเสี่ยง ..หลายคนจะยิ้มแหยๆ ใช่เลย เรากำลังทำมันอยู่แบบเนี้ย… แบบตะบี้ตะบันดันความเร็วแบบเกียร์หนักๆ ลากหัวใจสุดโซนเนี่ยแหละ ตัวดี … ใช่เลย เสี่ยงไหม …เสี่ยงสิ เพราะเวลากล้ามเนื้อหัวใจหนาไม่เหมาะสม มันจะเบียดทางออกของเลือด หรือเบียดเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ ยิ่งหัวใจรัวๆ ยิ่งตัน หรือเปรี้ยง….เกิดการเต้นหัวใจผิดปกติ ฯลฯ (ไอ 26% ของการตายแหละครับ )
เฉพาะการไปทำ MRI ตรวจ ก็พอจะช่วยได้เยอะ ในโรคที่มีสามารถตรวจเจอ (มากกว่า 50%) เลย”

“ส่วนคนที่อายุ 35 ถึง 40 ปี …ถ้าไม่อยากเสี่ยง ตรวจสุขภาพก่อนออกกำลังสักนิด ป้องกันได้เยอะเลยครับผม”

“ส่วนเหตุที่นักจักรยานเกิดวูบเกิดที่แยกอุรุพงษ์ (ไม่ใช่สนามเขียวนะครับ) ขนาดใกล้รามาหรือโรงพยาบาลกลางเมือง…ยังไม่รอด ผมว่า น่าจะอยู่ในสาเหตุพวกนี้แหละ ผมไม่มีข้อมูล แต่ถ้าเกิดอายุมาก มีความเสี่ยงเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจอุดตัน ก็คงไม่น่ามีปัญหาในการวินิจฉัยแหละครับ แต่ดูเลวร้ายไปหน่อย เพราะขนาดอยู่กลางเมืองยังไม่รอด… คงไม่ต้องหวัง ถ้าไปเกิดเหตุไกลๆ”