
ดาวหาง ATLAS ผู้มาเยือนจากต่างระบบ หรือยานต่างดาว?
ดาวหาง ATLAS หรือชื่อทางการว่า C/2019 Y4 (ATLAS) เป็นหนึ่งในดาวหางที่ได้รับความสนใจจากนักดาราศาสตร์และผู้สนใจเรื่องลี้ลับมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากลักษณะการแตกตัวอย่างกะทันหัน
รวมถึงทิศทางการเคลื่อนที่ที่บางช่วงมีความผิดปกติเล็กน้อย ทำให้มีผู้ตั้งสมมติฐานว่าดาวหางดวงนี้อาจไม่ใช่วัตถุธรรมดา แต่เป็น “ผู้มาเยือนจากต่างระบบ” หรือแม้แต่ “ยานต่างดาว” ที่ถูกพรางตัวไว้ อย่างไรก็ดี ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เราควรเริ่มจากข้อเท็จจริงทางดาราศาสตร์ที่ทำให้ดาวหางดวงนี้โดดเด่นขึ้นมา
ดาวหาง ATLAS ถูกค้นพบเมื่อปลายปี 2019 ผ่านระบบสำรวจท้องฟ้า ATLAS (Asteroid Terrestrial-impact Last Alert System) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับวัตถุอันตรายใกล้โลก เมื่อถูกพบครั้งแรก
ดาวหางดวงนี้ให้ความหวังว่าจะกลายเป็นดาวหางสว่างโดดเด่นบนท้องฟ้าแบบเดียวกับดาวหาง Hale–Bopp หรือแม้แต่ดาวหางของศตวรรษ แต่น่าเสียดายที่ก่อนถึงจุดใกล้ดวงอาทิตย์ ดาวหาง ATLAS กลับแตกตัวอย่างรุนแรงกลายเป็นเศษซากหลายชิ้น ราวกับมัน “พังทลายจากภายใน”
- เหตุการณ์การแตกตัวนี้เองที่สร้างคำถามมากมายให้กับทั้งนักดาราศาสตร์และผู้เชื่อในปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ
- บางคนตั้งข้อสันนิษฐานว่าการแตกตัวของ ATLAS มีลักษณะคล้ายกับวัตถุที่ถูกควบคุม หรือถูกออกแบบ ไม่ใช่วัตถุธรรมชาติ
- บางช่วงมีรายงานว่าความสว่างของ ATLAS เพิ่มขึ้นผิดปกติราวกับมี “พลังงาน” บางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับแบบจำลองของดาวหางธรรมดา
- ทำให้เกิดทฤษฎีว่ามันอาจเป็น **วัตถุต่างดาวที่กำลังใช้วิธีอำพรางตัว** เช่นเดียวกับที่เคยมีการตั้งข้อสันนิษฐานกับวัตถุ Oumuamua ในปี 2017
ฝ่ายนักดาราศาสตร์อธิบายว่าการแตกตัวอย่างรุนแรงของ ATLAS เป็นความปกติของดาวหางที่มีองค์ประกอบเปราะบาง เมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ความร้อนและแรงโน้มถ่วงทำให้แก่นน้ำแข็งละลายและแตกออกเป็นชิ้นๆ
ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอกับดาวหางที่ยังไม่เสถียร ทว่าความเชื่อที่ว่ามันอาจเป็นวัตถุจากต่างระบบก็ยังคงอยู่ เนื่องจากวิถีของดาวหาง ATLAS เป็นวงโคจรแบบเปิด (hyperbolic) ซึ่งบ่งบอกว่ามันอาจไม่ใช่ดาวหางที่เกิดในระบบสุริยะของเรา แต่เป็นผู้มาเยือนจาก “นอกระบบดาว” เช่นเดียวกับวัตถุระหว่างดาวดวงอื่นที่เคยผ่านเข้ามาแล้ว
สำหรับทฤษฎียานต่างดาว แม้ไม่มีหลักฐานสนับสนุนโดยตรง แต่ก็สะท้อนความสนใจของมนุษย์ที่มีต่อจักรวาลและสิ่งมีชีวิตนอกโลก บางคนตั้งข้อสังเกตว่าการที่วัตถุแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ อาจเป็นส่วนหนึ่งของ “เทคโนโลยีอำพราง” หรือ “การแยกชิ้นส่วนเพื่อเก็บข้อมูล” ซึ่งเป็นเพียงจินตนาการ แต่ก็น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่ชอบเรื่องลี้ลับ
สนับสนุนโดย bk8